2007/Mar/19

ふたりで┓┓


เดือน 4 ふたりでぶらぶら  futaride สบายๆ
ツ:ตั้งแต่เป็นผู้ใหญ่เนี่ย มาเดินเล่นในเมืองแบบนี้ ก็สนุกดีเหมือนกันนะ เมื่อก่อนก็มีเคยมาเดินเล่นเหมือนกัน
タ:อื้มม.. ตั้งแต่เข้าบริษัทเนี่ย ก็เคยมาเดินช้อปปิ้งด้วยกันเนอะ



เดือน 5
ふたりでクッキング
futaride cooking
タ:maa, ผมก็ไม่ได้ทำอะไรมากนักหรอกครับ ก็แค่ช่วยหั่นของ เป็นผู้ช่วยให้ซึบาสะเท่านั้นเอง (ยิ้ม)
ツ:ผมน่ะ ก่อนอื่น.. ตกใจมากเลยกับความน้อยของเครื่องมือที่มีอยู่ (ยิ้ม) แต่ว่าด้วยความเป็น "คนทำอาหาร" ไม่ว่าด้วยอะไร ก็ตั้งใจทำให้ออกมาเป็นอาหารที่ดี มีรสชาติพิเศษ ใบสีเขียวๆที่วางอยู่ด้านบนก็คือ POINT!!



เดือน 6 ふたりで夜景鑑賞 ツ:เนี่ยนะ หน้าตาอาจจะดูเหมือนเย็นสบายมากๆ แต่จริงๆแล้ว หนาวจนปากสั่นเลยนะเนี่ย
タ:แล้วก็นะ .. นึกออกแต่ว่า "หนาว" (ยิ้ม) 
f
utaride ชมวิวตอนกลางคืน

ム: น่าสงสารจัง... หนาวมากก็กอดคนข้างๆสิคะ



เดือน
7 ふたりでドライブ futaride drive
ツ:ตอนถ่ายภาพก็คิดถึง "รสชาติ" ของ classic car
タ:นี่ก็หนาวเหมือนกันนะเนี่ย พูดถึงเรื่องนี้ ก็นึกถึงเมื่อก่อน ตอนที่สอบใบขับขี่ได้ ก็เคยออกมาขับรถเล่นกันสองคนที่ทะเลใกล้ๆแถวนี้


ム:



เดือน 8 ふたりでスポーツ
futaride sport
タ:คุณเด็กๆ กรุณาอย่าลอกเลียนแบบภาพนี้นะครับ (หัวเราะ) พวก catch ball อะไรแบบนี้ ปกติก็ไม่ค่อยได้เล่นหรอก ก็สนุกดีนะ
ツ:นอกจากนั้น ก็มีกันอยู่แค่ 2คน การถ่ายภาพก็ทำได้นี้ละนะ


เดือน 9 ふたりで夜遊び futaride เล่นกันตอนกลางคืน
ツ:เอ่อ...ความที่คุณไม่สนใจในบิลเลียดก็น่าตกใจนะ สำหรับผมเนี่ย เวลาว่างก็จะมาเล่น
タ:
....แปลไม่ออก .....


ム:
ของกี้แอบแปลยาก แต่ประมาณว่าไม่ใช่อย่างงั้น จริงก็สนใจ แต่อะไรก็ไม่รู้ ..แปลมะได้แย้ว
ซึบาสะเรียกทักกี้ว่า "คุณ" (
anata) หรอเนี่ย
??



เดือน
10 ふたりでたそがれ futaride ในยามโพล้เพล้
ツ:เดือนเกิดของผม ฉากหลังคือเกาะเอะโนะชิมะ สถานที่ที่ผูกพัน พระอาทิตย์ตกสวยมาก จนต้องเอามือถือมาถ่ายรูปไว้อย่างไม่ต้องคิดเลย แล้วก็เอาไปลงใน web เรียบร้อย
タ:พระอาทิตย์ตกสวยมากๆ ลมพัดแรงมากลเย บรรยากาศดีมากเลย



เดือน 11 ふたりで旅行 futaride ท่องเที่ยว
ツ:สุดท้ายแล้ว มันก็เหมือนเกมที่มีกฎว่าในแบกของน่ะแหละ
タ:
ในกรณีนี้ คนที่ถือน่ะ .. กรู นะเฟร้ย !!

ム:ที่รักก็บอกได้สินะว่ามันเป็นเกม.. ก็ไม่ได้เป็นคนถือนี่นาาา...

เดือน 12 ふたりでショッピング futaride
タ:ไปถ่ายภาพกันใน supermarket กว้างๆ ก็ซื้อของมาเยอะแยะเลย .. อื้มม.. กำไร!! (หัวเราะ)
ツ:จริงด้วย! กว้างสุดๆไปเลย .. ตื่นเต้นจัง

ム:ของที่ซื้อน่ะ เค้าให้เลยหรอ ..ใช้เงินกองถ่ายหรอ??.... รวยแล้วงกนะเนี่ย..



เดือน 1
ふたりでランチ futaride lunch

ム:อันนี้อ่านแล้วงงมากมาย มันเหมือนจะไม่ยาก แต่ก็ไม่เข้าใจแฮะ


เดือน 2 ふたりでセッション futaride session
ツ:ตอนถ่ายภาพ ก็มองดูเครื่องดนตรีที่ใช้ .. คุณจะใช้แบบ machanical ส่วนผมจะใช้แบบ analog

タ:เครื่อง rythm machine อย่างงี้ ผมก็มีมาตั้งนานแล้ว ไม่ได้เล่นตั้งนานแล้วคิดถึงจัง

ム:ที่รักเรียกทักกี้ว่า คุณ อีกแล้ววว!!
ก็ถูกแล้วสินะ มันเป็นคำที่คุณภรรยาใช้เรียกคุณสามีนี่นา


เดือน 3 ふたりで空中散歩 futaride ชมวิวกลางอากาศ
タ:ถ่ายภาพที่สถานที่ที่ผมผูกพัน นั่งกระเช้าขึ้นไปบนภูเขา 高尾山.. และนอกจากนั้น ผมไม่เคยนั่งกระเช้าอันนี้แหละ
ツ:ที่กระเช้าสำหรับนั่งสองคนอันนี้ มีเขียนไว้ว่า สร้างเสร็จในปีโชวะที่ 46ของแบบนี้ก็อยากให้มีตลอดไป

-------------------------------------------------

เพิ่งแปลครั้งแรกฮับ ...คิดว่ามันสั้นๆ ไม่น่ายาก..แต่จริงๆแล้วววว...
โฮฮฮฮ....
YoY ยากมากมาย 
...
สำนวนอาจจะแปร่งๆสักหน่อย ....
แล้วก็อาจจะมีแปลผิดบ้าง ...ขออภัยฮับ
...

อ๊ะ...โยชิสึเนะ รู้สึกว่าจะเปลี่ยนเวลาเป็นวันเสาร์อาทิตย์แล้วแฮะ... เห็นใน true magazine

ว่าแต่ทำไมเมื่อวานไม่มีหว่า.... แต่เมื่อวันเสาร์มีนะ

งี้วันเสาร์ก็ไม่ได้ดูอะดิ มัวแต่ไปตะแล๊ดตะแล๊ดนอกบ้าน เฮ้อ...

ว่าแต่ไอ้รสชาติของ classic car มันเปงไงหรอ??

2007/Jan/29


ในสมัยนั้น วัดไม่เป็นเพียงสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาเท่านั้น
แต่ยังมีทหารพระ และยังมีอำนาจในการปกครองอีกด้วย
----------------------------------------------

ชานาโอได้ใช้ชีวิตอยู่ที่วัดคุรามะ และชินกับชีวิตแบบนั้นแล้ว
แต่ก็ยังไม่ได้ออกบวช

ชานาโอไปหาคิจิจิเพราะต้องการไปหาชายแปลกหน้าที่เล่าความเป็นมาของตระกูลมินาโมโตะให้ฟัง
(คนที่เป็นอามันน่ะ แล้วคิจิจิก็เป็นคนที่มาด้วยกัน)
เมื่อไปถึงบ้านคิจิจิ ก็เจอกับอากาเนะ แล้วอากาเนะก็เล่าเรื่องราวของคิโยโมริให้ฟังว่า
คิโยโมริไม่สบายเป็นโรคสึบาคุ (มีหนอนที่ท้องแล้วจะทำให้ผอมลงเรื่อยๆ (โรคไรหว่า??))
และได้ออกบวช
โทกิโกะ (เมียมัน) ก็ได้ออกบวชตามเช่นกัน

จักรพรรดิได้มาเยี่ยมคิโยโมริ และนำสมุนไพรต่างๆมาให้
และมีการพูดคุยกันเรื่องคิโยโมริไปสร้างบ้านไว้ที่ฟุคุฮาระ
ซึ่งลือกันว่า จะย้ายเมืองหลวงไปที่นั่น แต่ตอนนี้ก็มีข้ออ้างแล้วว่า สร้างไว้เพื่อไปพักฟื้น
และจักรพรรดิจะออกบวชเพื่อให้คิโยโมริหาย

เมื่อคิจิจิกลับมา ชานาโอได้ถามเค้าเกี่ยวกับ เรื่องพ่อและแม่ แต่กลับไม่ได้คำตอบในตอนนั้น
------------------------------------------------

ชานาโอปรึกษาท่านโฮเค็น (ชายแก่ผู้เปล่งออร่าสีขาวได้) เรื่องคิโยโมริ
ว่าถึงแม้ว่าเค้าจะเป็นศัตรูที่ฆ่าพ่อ แต่ก็เป็นผู้มีพระคุณ จึงสับสนไม่รู้จะทำเช่นไรดี
คำตอบที่ได้จากโฮเค็นคือ ให้กลัดกลุ้มต่อไป และวันหนึ่งในความกลัดกลุ้มนั้น ก็จะมีแสงสว่างเอง
จากนั้น ชานาโอขอเป็นศิษย์ของท่านโฮเค็น ให้ท่านช่วยสอนวิชาการต่อสู้ได้
---------------------------------------------------

ในช่วงที่ชานาโอกำลังฝึกวิชาอย่างหนักอยู่นั้น ก็เกิดสงครามระหว่างวัดสองวัดขึ้น
ตระกูลไทระก็เป็นผู้มาไกล่เกลี่ยให้
พระรูปหนึ่ง...ซาชิโบเบ็งเคย์.. ถูกขับไล่ออกจากวัดเอซัน (ใช้ชื่อนี้ป่าว??) เนื่องจากเป็นตัวตั้งตัวตีทำให้เกิดเหตุการณ์ครั้งนี้
และดูเหมือนจะมีเรื่องข้องใจกับตระกูลไทระด้วย
---------------------------------------------------------

ทางชานาโอฝึกหนักมากๆ จนกระทั่งท่านโฮเค็นไม่มีอะไรจะสอนแล้ว
และได้มอบมีดสั้นเล่มหนึ่งให้ชานาโอ

ชานาโอไปเมืองหลวงเพื่อหาท่านแม่ แต่เข้าไปพบไม่ได้
จึงไปหายายโอโทคุแทน เพื่อให้เขาเล่าเรื่องราวต่างๆให้ฟัง
โอโทคุก็เล่าให้ฟังทั้งหมด
---------------------------------------------------------

และคืนนั้น ก็เป็นคืนแห่งโชคชะตาที่ ชานาโอ พบกับ มุซาชิโบเบ็งเคย์

======================================
จบละ ...


edit @ 2007/01/29 22:09:40

2007/Jan/24

อุชิวากะไปเล่นกับพวกโกทาริในเมืองหลวง
โคมัทสึเห็นว่าอุชิวากะอยู่ในเมืองหลวง อาจจะไม่เป็นผลดีต่อตระกูลของตน
เพราะถ้าหาก มีคนของตระกูลมินาโมโตะรู้ว่าอุชิวากะอยู่ในเมืองหลวง
พวกเขาจะเคลื่อนไหวโดยมีอุชิวากะเป็นศูนย์กลาง

และก็มีอยู่จริงๆ คนของตระกูลมินาโมโตะ
...............................................

อิจิโจ ..บอกกับโทกิวะว่า...คิโยฮาระคิดที่จะให้อุชิวากะออกบวช
ไม่ก็ให้ไปอยู่ที่ไซโกคุ

โทกิวะ จึงให้อุชิวากะไปบวชที่วัดคุรามะ ..แต่ดูเหมือนอุชิวากะไม่ค่อยอยากไปเท่าไหร่
แต่เมื่อโทกิวะบอกว่า ถ้าไม่เชื่อฟังก็ให้เอามีดแทงแม่ซะ อุชิวากะก็จำใจยอม

โทกิวะฝากอุชิวากะไปฝากไว้ที่วัด
และมอบขลุ่ยชื่อคุมปูซึ่งเป็นขลุ่ยคู่กับขลุ่ยโชไรของแม่ให้กับอุชิวากะ
...............................................

วันหนึ่ง อุชิวากะ แอบหนีออกจากวัด เพราะตัวเองคิดถึงเมืองหลวง
และไม่ได้อยากบวช แต่ก็ไม่สำเร็จ
เจ้าอาวาสก็เลยมาสั่งสอน .. บอกว่าอุชิวากะเป็นคนขี้ขลาดที่จะเอาแต่หนี
และบอกอีกว่า ที่คุรามะนี้ มีทุกๆอย่าง
ถ้าอุชิวากะคิดถึงเมืองหลวง เมืองหลวงก็จะมาอยู่ที่นี้ อยู่ในใจของเขา

คืนหนึ่ง อุชิวากะแอบออกไปข้างนอก และได้เจอกับชายแก่ผู้หนึ่ง (ปล่อยออร่าได้ด้วย)
และวิ่งตามไป จนไปถึงศาสเจ้าแห่งหนึ่ง ซึ่งมีรูปปั้นของเทพเจ้าอยู่
ชายแก่ได้อธิบายว่า เทพเจ้าซงเท็น เป็นเทพเจ้าของทุกสรรพสิ่ง

เจ้าอาวาส ได้ตั้งฉายาใหม่ให้กับอุชิวากะว่า ชานาโอะ แปลว่า แสงสว่าง (ประมาณนั้น)
...............................................

เดือน 11 ปีนั้น คิโยโมริได้เลื่อนตำแหน่งเป็นเสนาบดีฝ่ายใน

คิโยโมริได้เข้าเฝ้าจักรพรรดิ และได้มอบคัมภีร์ 32 ม้วน ของตระกูล ให้กับจักรพรรดิ
ซึ่งคิโยโมริจะนำไปไว้ที่ อิสึคุชิมะ ซึ่งอยู่ในไซโกกุ เพื่อให้คุ้มครองบ้านเมืองให้สงบสุข
..................................................

อุชิวากะแอบหนีลงมาเล่นกับพวกโคทาริบ่อยๆ
และได้พบกับยายโอโทคุ (เสียงแก่ๆ ที่พากษ์เหตุการณ์ต่างๆ)
...................................................

หลังจากกลับจากอิสึคุชิมะ คิโยโมริก็ได้เลื่อนตำแหน่งอีก เป็นอัครมหาเสนาบดี
...................................................

วันหนึ่ง.... มีคนมาอธิบายเรื่องราวของตระกูลมินาโมโตะ
เขาเป็นน้องชายต่างมารดากับโยชิโตโมะ (พ่อโยชิสึเนะ)
และ ... โยชิโตโมะ เป็นพ่อของ อุชิวากะ ...หรือจะบอกว่า เขาเป็นอาของอุชิวากะก็ได้
และบอกอีกว่า...คิโยโมริเป็นคนที่ฆ่าโยชิโตโมะ และเป็นศัตรู
....................................................

อุชิวากะไม่อยากจะเชื่อ และได้วิ่งไปที่น้ำตกแห่งหนึ่ง
แล้วก็..กระโดดลงไป..แล้วก็..แล้วก็..กลายร่างเป็นทักกี้ !?

...................................................

เสียงพากษ์กี้ ...ถึงแม้ว่าจะพูดแค่ประโยคเดียว
ทำไมเสียงมันหน่อมแน้มจังง่าาาาา
มะอาววววววว...

................................................


มีท่าเต้นของดาเมะอันนึง...
ถ้าดูที่รักเต้น ก็เฉยๆอยู่นะ ...
พอดีแอบเห็นเด็กๆข้างหลังเต้น
....เราว่ามันฮามากมายอะ

Photobucket - Video and Image Hosting

ท่ามันเหมือนมนุษย์ต่างดาวปล่อยพลัง ปิ้ว..ปิ้ว!! เลยว่ามะ


edit @ 2007/01/29 21:36:36