diet


มื้อเช้า..เป็นมื้อที่สำคัญที่สุดในบรรดาสามมื้อเลย นอกจากมันจะเป็นมื้อที่ทำให้เรากินอิ่มมีแรงทำงานไปตลอดทั้งวันแล้วเนี่ย มันยังเป็นมื้อที่ "กระตุ้น" การเผาผลาญพลังงานของร่างกาย(เมตาบอลิซึม)อีกด้วย... ถ้าเรากินมื้อเช้า..ก็จะทำให้เผาผลาญดีไปตลอดทั้งวัน

ดังนั้นควรอย่างยิ่งที่จะกินมื้อเช้า..แล้วก็กินเต็มที่ไม่ต้องกลัวอ้วน เพราะพลังงานที่ได้รับเข้าไปนั้น..มันใช้ทั้งวันอะ..ยังไงก็หมดอยู่แล้ว..แต่ก็ไม่ใช่ว่าซัดเต็มคราบ...พวกของทอดทั้งหลายหรือว่าเลย์หรือว่าชีสเค้กไรเงี้ยะ (พวกนี้กินเวลาไหนก็อ้วน) ถ้าอยากผอมก็เลือกๆหน่อย ของทอด ของหวาน ก็หลีกเลี่ยงบ้าง... แล้วก็กินแค่พออิ่ม อย่าตามใจปากมากนัก [อันนี้ยากว่ะ]

มื้อเช้ากระตุ้นเมตาบอลิซึมได้ยังไง
คือว่า หลังจากมื้อเย็นแล้ว เราก็นอนกันหลายชั่วโมงใช่มั๊ย...ช่วงตั้งแต่มื้อเย็นถึงมื้อเช้าเนี่ย..เป็นเวลานานพอสมควรที่ร่างกายเราไม่ได้รับพลังงานเข้าไป
ถ้าเกิดว่าเราไม่กินมื้อเช้า ร่างกายของเราก็จะขาดพลังงาน ซึ่งมีผลให้ร่างกายของเราปรับเมตาบอลิซึ่มให้ลดลง (ใช้พลังงานน้อยลง) แล้วพอเราได้รับพลังงานเข้าไปใหม่เนี่ย...ร่างกายก็จะรีบเก็บเป็นไขมันไว้ก่อน แล้วก็ใช้ทีละน้อยๆ มันก็จะทำให้อ้วนได้ แต่ถ้าเรากินมื้อเช้า.ร่างกายเราได้รับพลังงานสม่ำเสมอ..ก็จะไม่ปรับให้เมตาบอลิซึมให้ต่ำลง .. พอได้มาร่างกายก็ใช้เลย ไม่ต้องเอาไปเก็บ..ทีนี้ก็ไม่อ้วนละ

หรือจะว่าง่ายๆ สมมติว่าเราได้เงิน(พลังงาน)มาวันละสามเวลา เราก็ใช้จ่ายอย่างปกติ อยากได้อะไรก็ซื้อ...แต่มีอยู่วันนึง ตอนเช้าเราไม่ได้ตังค์ แล้วเราก็ไม่รู้ว่าจะได้ตังค์เมื่อไหร่..เราก็ต้องประหยัดๆไว้..พอได้เงินมา..ก็รีบเก็บไว้ก่อน แล้วก็ใช้ทีละน้อยๆ ...ถ้าเป็นอย่างงี้บ่อยๆ ลองนึกดูว่า..ใช้ทีน้อยๆ..แล้วที่เหลือเก็บไว้เนี่ย...ถ้ามันเป็นเงินอย่างที่ยกตัวอย่างก็ดีน่ะสิ..แต่ว่ามันเป็นแค่ตัวอย่างไง..จริงแล้วมันก็คือ พลังงาน...มันก็คือ ไขมัน ..นั่นเอง

วันนี้ตั้งใจว่าจะตื่นซัก 9 โมง มากินข้าวเช้าซะหน่อย จะได้ปรับเมตาบอลิซึมของตัวเองให้มันดีขึ้น พ่อก็อุตส่าห์มาปลุกตอน 8 โมงแล้วนะ [จุดประสงค์คือปลุกมาดูคะแนน] แต่ว่าขี้เกียจตื่นอะ ..ตื่นเช้าเนี่ยเป็นอะไรที่ทำไม่ได้ว่ะ..

พรุ่งนี้เอาใหม่

แล้วเมื่อไหร่จะผอมเนี่ย?!?!?......


edit @ 2006/05/01 02:36:10

คนส่วนใหญ่มักจะคิดกันว่า ถ้าออกกำลังกายแล้วเหงื่อออกเยอะๆ เป็นเรื่องที่ดี จะได้ผอมเร็วๆ...

มันก็จะทำให้คนบางคน ใส่เสื้อผ้าหนาๆ ปิดประตูหน้าต่าง ไม่เปิดพัดลม ขณะออกกำลังกาย เพื่อให้มันอบๆ จะได้มีเหงื่อเยอะๆ จะได้ผอมๆ

แต่หารู้ไม่ว่า...การออกกำลังกายนั้น..ไม่ว่าจะร้อนหรือว่าเย็น..ถ้าใช้แรงเท่าๆกัน..ถ้าแรงที่ใช้เท่ากัน พลังงานที่ใช้มันก็เท่ากันใช่มะ ..มันก็ผอมเหมือนกันอยู่ดี ...มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับปริมาณเหงื่อที่เสียไปเลย..

ถ้าเกิดเหงื่อออกเยอะๆแล้วผอมล่ะก็ ... ก็คงไม่ต้องมาเหนื่อยออกกำลังกายหรอก..แล้วก็คงไม่ต้องมาควบคุมอาหาร ..อยากกินไรก็กิน...แค่ไปตากแดด เข้าซาวน่า..เข้าสตีม ..ก็คงจะผอมแล้ว..แต่มันไม่ใช่..ใช่มั๊ยล่ะ...

ในเมื่อร้อนกะเย็นมันเผาผลาญเท่ากัน...ดังนั้น เราจะออกกำลังกายตอนร้อนๆทำไมล่ะ ...ทั้งเพลีย ทั้งอึดอัด แล้วมันก็ทำให้เราไม่อึดด้วย อาจจะเล่นซักประมาณ ยี่สิบ นาที ก็เหนื่อยและ..

แต่ถ้าเราออกกำลังกายตอนอากาศสบายๆ อากาศเย็นๆ เราก็สามารถเล่นได้นานขึ้น ถึงแม้ว่าเหงื่ออาจจะไม่ออกเท่าอากาศร้อน แต่ก็เผาผลาญได้มากกว่า เพราะเราสามารถเล่นได้นานกว่า ..อาจจะเล่นได้เป็นชั่วโมงก็ได้...

ดังนั้น...ก็หันมาเปิดแอร์ เปิดพัดลมตอนออกกำลังกายก็ได้นะ...อย่าไปทนร้อนเล้ย...

ps. วันนี้ไปฟิตเนสมา...ตอนวิ่ง ก็ฟัง mp3 ไปด้วย แต่ว่ากางเกงไม่มีกระเป๋า ...ก็เหน็บไว้ที่พุง...ปรากฏว่า..ไอเหงื่อจากพุง..มันเข้าไปใน mp3 อะ..จะเจ๊งป่าวหว่า........ Y-Y


edit @ 2006/05/04 01:10:18

หลังจากสอบมิดเทอมที่ผ่านมานี้... มันทำให้รู้ว่า..ควรจะ nerd บ้างก็ดีนะ
(จริงๆแล้ว ก็ไม่ใช่แค่มิดเทอมนี้หรอกนะ ..มิดเทอม+ไฟนอลเทอมที่แล้วด้วย
ผลการสอบก็ไม่ได้ออกมาเลวร้ายหรอกนะ
ออกจะดีด้วยซ้ำไป (โคตรๆเลยล่ะ))

แต่ว่า...ไอ้การที่อ่านหนังสือไม่จบก่อนสอบเนี่ยนะ
บวกกับที่เห็นเพื่อนๆขมักเขม้นอ่านกันขนาดนั้น
มันก็กดดันอยู่พอสมควร..ทำเอาซีเรียสได้เลย (ถึงจะน้อยเมื่อเทียบกับคนอื่นก็เหอะ)

ก็เลยกะว่า...หลังมิดเทอมคราวนี้..
ไฟนอลที่จะถึงนี้ ...
เราจะ NERD ให้ได้!!!
อย่างน้อยๆ ..ก็ตั้งใจเรียน.. ไม่ฟัง mp3 ที่รักในห้องเรียน...
แล้วประมาณ เดือนกุมภา ..พอวันที่ 1 ปุ๊บ จะเริ่มอ่านหนังสือเลย
จะได้อ่านทัน..ไม่ต้องกดดันอะไร ...

ไม่ใช่ปัญหาเรื่องทำข้อสอบไม่ได้ หรือว่าอยากได้คะแนนดีกว่านี้หรอกนะ
(เท่านี้ก็ดีอยู่แล้วล่ะ)
แต่มันเป็นเรื่องของความรู้สึกก่อนสอบ
ถ้าอ่านจบ ก็คงจะอารมณ์ดีไม่น้อย (อย่างไบโอคราวนี้)
อ่านไม่จบ ..มันก็รู้สึกหวั่นๆ อยู่ลึกๆ (อย่างหลายๆวิชาที่ผ่านมา)
เท่าที่เห็นนี่ก็หวั่นอยู่นา..แอบเครียดอยู่นา (นี่มัน.. เครียดแล้วหรอ --เพื่อนๆ)

ถึงจะไม่ได้ซีเรียสเรื่องเกรด ...
(ได้ A หรือ C พ่อก็ไม่ขึ้นหรือตัดค่าขนม ...
หรือต่อให้ได้ 4.00 ..ไงไงก็ไปดูคอนที่รักไม่ได้อยู่ดี .. แล้วจะเอาไปทำไร)
แต่ก็...ถ้าอ่านจบ ..ก็ดีไม่ใช่หรอ...
จะได้อารมณ์ดีเต็มร้อยก่อนสอบ ....
(แล้วก็ ..จะได้ฝึกความรับผิดชอบของตัวเองด้วย.. )

จะ nerd ให้ได้ๆๆๆ !!!

---------------------------------
อีกเรื่อง ....รู้สึกว่า ชีวิตนี้...ผ่านมา 18 ปี...อ้วนมายาวนานเหลือเกิน
(ละเหี่ยใจกะหุ่นตัวเอง... ตอนนี้ก็เกือบๆ 60 อยู่
เห็นที่รักด้านข้างแล้ว...แทบจะเอาเรา ...ผ่าออกได้เป็นที่รักสองคนเลยนะนี่ - -")
ก็คิดจะ diet มาหลายทีอยู่...แต่ก็...นะ ...ผลก็......แย่ว่ะ..ออกมาก็เหมือนเดิม

ก็เลยจะตั้งใจ diet อีกครั้ง... หลังจากที่ต้องพับโครงการไปหลายครั้งด้วยข้ออ้างต่างๆนานา
ตั้งใจว่าจะผอมก่อนขึ้น ปี 2 ...
ตั้งใจว่าถ้าไม่ผอมลงกว่านี้ซัก 3-4 โล (เอาแค่นี้ก่อน มากไปเด๋วท้อ เด๋วทำไม่ได้)
จะไม่ใส่กระโปรงทรงสอบ ...จะใส่กระโปรงพลีทไปเรื่อยๆ นั่นแหละ ...

จะต้องผอมให้ได้ !!!!

-------------------------------

นี่เป็นปีใหม่ครั้งแรกเลยนะเนี่ย...
ที่รู้สึกว่า ..มีความตั้งใจจริงกับอะไรซักอย่าง...
(ก่อนหน้านี้..มันก็แค่วันวันนึง ไม่รู้สึกอะไรพิเศษเท่าไหร่)
จะต้องทำให้ได้

------------------------------

เรื่องที่รักไม่สบาย...ก็หายไวๆ นะจ๊ะ... พักผ่อนเยอะๆนะ
รู้สึกว่าคราวก่อนที่ไม่สบาย เห็นบอกว่า มีคนส่งลิ้นวัวมาให้
กินแล้วหายหวัดใช่ปะ??
เอามะ..เด๋วขโมยจากแลบไบโอส่งไปให้ เหอ เหอ ^^

-------------------------------

สุดท้ายๆ
Happy New Year ทุกๆคน
ขอให้มีความสุขมากๆ นะค๊า
คิดสิ่งใดขอให้ได้สมปรารถนา
ตั้งใจว่า จะทำอะไร ก็ขอให้ทำให้ได้นะค้า

แล้วก็ ไม่ลืม Happy New Year ให้ที่รักด้วย
ขอให้ปีนี้มีงานคู่ กี้บะเยอะ ๆ รักกันนานๆ ดังขึ้นเรื่อยๆนะจ๊ะ



edit @ 2006/12/30 02:24:04